Unseen Japan เจาะลึกเกาะรีบุน เที่ยวเหนือสุดแดนอาทิตย์อุทัย สวัสดีครับวันนี้ผม “ลุงจี๊ด” จะพาเพื่อน ๆ ทุกคนไปเที่ยวยังเกาะรีบุน ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของคนญี่ปุ่น ที่ชาวต่างชาติแบบเรายังไม่ค่อยรู้จักกันดี ซึ่งเกาะแห่งนี้จะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวชมได้ทั้งปี แต่ฤดูกาลที่เหมาะที่สุดคือช่วงหน้าร้อน (มิ.ย. – ก.ย.) ถ้าใครเป็นนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ อยากเปิดโลกประสบการณ์แบบใหม่ก็มาลองตามรีวิวนี้กันไปได้เลยนะครับ …เอ้า เริ่ม!

เกาะรีบุน

เกาะรีบุน เป็นเกาะที่อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองวัคคะไน (Wakkanai) ฮอกไกโด เกาะนี้ถือว่าเป็นเกาะที่อยู่ทิศเหนือที่สุดของประเทศญี่ปุ่นที่มีผู้คนอาศัยอยู่   มีพื้นที่ 82 ตารางกิโลเมตร เกาะมีรูปร่างยาว มีระยะทางจากทิศเหนือถึงทิศใต้ประมาณ 29 กิโลเมตร และเกาะมีความกว้างเพียง 8 กิโลเมตร   เกาะแห่งนี้พื้นที่เต็มไปด้วยป่า พืชพรรณ ดอกไม้ ที่สามารถเจริญเติบโตได้บนที่สูงหรือที่เรียกว่าพืชอัลไพน์ ซึ่งไม่พบที่อื่นนอกจากที่เกาะแห่งนี้ เช่น ดอกรีบุนอัทสึโมริโซ (Cypripedium marcanthum var.rebunese) ด้วยความสมบูรณ์ของพืชพรรณและความสวยงามของเกาะนี้ ประเทศญี่ปุ่นจึงจัดตั้งให้พื้นที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติรีชิริ รีบุน ซาโรเบ็ทสึ (Rishiri Rebun Sarobetsu National Park) ถ้านึกภาพกันไม่ออกว่าเกาะนี้อยู่ที่ตำแหน่งในลองดูที่แผนที่นี้ครับ

สำหรับใครที่จะมาที่นี่   ทริปนั้นจะต้องมีเวลามากพอและต้องไม่รีบ ไม่ร้อนครับ เพราะว่ากว่าจะเดินทางมาถึงที่นี่ใช้เวลามากพอควร   แต่ถ้าใจมันอยากสัมผัสสิ่งแปลกใหม่และความสวยงาม   แม้แต่คนญี่ปุ่นเองยังไม่ค่อยมีใครได้มาที่นี่ ถ้าเป็นคนไทยไม่ต้องพูดถึง คงจะมีน้อยมาก แต่ถ้าเป็นคนไทยและมาเดินป่าที่นี่ด้วยอาจจะมีน้อยมากๆ เช่นกัน เรื่องภาษาไม่ใช่ปัญหา   ตอนผมไปครั้งแรกก็ยังพูดและฟังภาษาญี่ปุ่นไม่ได้ครับ ใช้ภาษาอังกฤษล้วนๆ

 

การเดินทาง

การเดินทางโดยทางเรือ สามารถนั่งเรือ Heartland ferry จากเมืองวัคคะไน ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง มาลงที่ท่าเรือ Kafuka ของเกาะรีบุน ที่ท่าเรือ Heartland ferry เมืองวัคคะไน เป็นท่าเรือที่สามารถนั่งเรือไปเกาะริชิริซึ่งเป็นเกาะใกล้ๆ กับเกาะรีบุน สามารถดูข้อมูลตารางให้บริการของเรือเฟอร์รี่ได้ที่ http://www.heartlandferry.jp ในเว็ปไซต์นี้มีทั้งภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ

ฤดูที่น่าท่องเที่ยว

ช่วงเดือน มิถุนายน – กันยายน เป็นช่วงเดือนที่เหมาะสมที่สุดที่เราสามารถไปเที่ยวได้ เพราะมีดอกไม้ทั่วทั่งเกาะ พืชพรรณเขียวขจีและอากาศเย็นสบาย 10 – 20 องศาเซลเซียส แต่ช่วงอื่นจะเป็นช่วงที่อากาศเย็นถึงหนาวมาก อาจถึงขั้นติดลบ    แต่ถ้าอากาศแปรปรวนมากก็อาจจะมีฝนตกได้ในช่วงฤดูร้อน

 

ที่พักราคาไม่แพงแต่ประทับใจกับ Momoiwaso Youth hostel

Momoiwaso youth hostel เป็น youth hostel ที่อยู่เหนือสุดของประเทศญี่ปุ่น สร้างเมื่อ พ.ศ.2507 โดยเจ้าของเป็นชาวอาโอโมริที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการประมง ปัจจุบันรุ่นลูกหลานดูแลต่อ   ในแต่ละปีจะเปิดบริการเพียง 4 เดือนคือ 1 มิถุนายน – 30 กันยายนเท่านั้นครับ

โรงแรมแห่งนี้จะเป็นห้องนอนรวมแยกชายหญิง โดยมีโถงกว้างที่ชั้นล่างเป็นรีเซปชั่นและประกอบกิจกรรม staff  ของที่นี่ไม่ได้มีพื้นเพอยู่ที่เกาะนี้ บางคนอยู่โยโกฮามะบ้าง เกียวโตบ้าง อาโอโมริบ้าง แต่ว่าทุกคนหลงไหลเกาะและที่พักแห่งนี้ ทุกคนจะแบ่งเวลามาปีละ 4 เดือน เพื่อมาทำงานที่นี่   ซึ่งกิจกรรมที่ไม่ค่อยเหมือนใครของ staff หนุ่มสาวของที่นี่ ก็คือการร้องรำทำเพลงกับแขกที่มาพักทุกคน

เริ่มต้นจากการไปรับที่ท่าเรือ Kafuka   ขณะที่เรือเฟอร์รี่ใกล้ถึงเกาะแห่งนี้จะสามารถมองเห็น staff ของโรงแรมยืนโบกธงเป็นสัญลักษณ์และร้องรำทำเพลงต้อนรับตั้งแต่ระยะไกลๆ แล้วก็จะพาแขกนั่งรถไปโรงแรมระหว่างทาง staff ก็จะพูดอธิบายอะไรต่างๆ นานาซึ่งผมฟังไม่ออกว่าพูดว่าอะไร

การต้อนรับที่ท่าเรือ

พอมาถึงโรงแรมสิ่งที่ตกใจมากคือจะมี staff และแขกท่านอื่นๆ มานั่งส่งเสียงดังร้องเพลงต้อนรับที่โถงอเนกประสงค์กันทุกคน

การต้อนรับเมื่อแขกมาถึงโรงแรม

การเดินทางในครั้งนั้นผมไปคนเดียวและออกจากท่าเรือ Heartland ferry เวลาประมาณ 15.00 น. ไปถึงเกาะรีบุนช่วงเย็นราว 17.00 น.

รูปโรงแรมด้านหน้า

 

โถงกิจกรรม

 

หินแมว (Nekoiwa)

 

อาหารเย็น สไตล์ญี่ปุ่นแบบง่าย ๆ ที่มาพร้อมซุป และผักดอง

 

ห้องรับประทานอาหาร  สไตล์ญี่ปุ่น      

 

ช่วงประมาณ 18.00 น. staff จะเรียกแขกมายืนรวมกันหน้าโรงแรมเพื่อร้องเพลง เล่นกีต้าร์และดูพระอาทิตย์ตกดินจนลับขอบฟ้า   เพลงที่ร้องก็เป็นภาษาญี่ปุ่นนะครับ แต่เราก็ฟังทำนองเพลินๆ ไป

พระอาทิตย์ตกดินที่นี่ก็จะสวยประมาณนี้ครับ

หลังจากพระอาทิตย์ตกดิน ก็จะเริ่มมีกิจกรรมตอนค่ำ ซึ่งจะเริ่มประมาณ 20.00 น.   ลืมบอกไปว่ามาพักที่นี่   ทางโรงแรมจะมีการแจ้งว่าโรงแรมจะตั้งเวลาให้เร็วกว่าปกติประมาณ 30 นาที เรียกว่า “Momoiwa time” เพื่อการนัดหมายกันทำเรื่องต่างๆ จะได้ไม่เสียเวลาล่าช้าไปอีกครับ

กิจกรรม 20.00 น.จะเป็นการร้องเพลง เต้น เล่นละครของ staff แนะนำเกาะ และเรื่องต่างๆ ซึ่งผมฟังไม่รู้เรื่องแต่ก็รู้สึกไม่เหงาเพราะเราก็มีอารมณ์ร่วม และก็ได้เต้นไปกับพวกเขาด้วย สนุกไปอีกแบบเหมือนการออกค่ายสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ได้มีปฏิสัมพันธ์กับแขกคนอื่น ๆ ด้วย

สันทนาการตอนค่ำ ของทาง Staff ได้จัดขึ้นให้แขกที่มาพักได้ร่วมกิจกรรมกัน

 

พอถึงเวลา 22.00 น. เป็นเวลาที่ทุกคนต้องเข้านอนแล้วครับ  ภาพเตียงนอนของห้องพักผู้ชายก็จะเป็นแบบในรูปนี้นะครับ

และในตอน 05.00 น. (Momoiwaso time จะเร็วกว่าเวลาปกติ 30 นาที) ก็จะมีการปลุกของโรงแรม แต่ถ้าใครจะไปเดินป่า ต้องตื่นประมาณ 04.30 น. ครับ เพราะต้องเตรียมตัวและจะมีรถของโรงแรมไปส่งที่ท่ารถโดยสารประจำทางตอน 06.00 น.

ส่วนใครที่ไม่ได้ไปเดินคอร์ส 8 ชั่วโมงสามารถเดินไปเที่ยวรอบโรงแรม เดินไป Momoiwa tenbodai หรือไม่ก็อยู่ที่โรงแรมนั่งมองทะเลหรืออาจจะช่วย staff โรงแรมทำความสะอาดที่พักด้วยการถูพื้นครับ   การช่วยกันถูพื้นของ staff กับแขกผู้เขาพักเป็นกิจกรรมที่สนุกครับ เพราะจะเปิดเพลงดังลั่นโรงแรมและทุกคนก็ช่วยกันกวาดพื้นและถูพื้น ทุกคนมีความเป็นกันเองสนุกสนาน ..เที่ยวแบบ unseen ไหมล่ะครับ

Staff และ แขกที่มาพักช่วยกันทำความสะอาดถูพื้น พร้อมเปิดเพลงประกอบสุดมันส์

 

การจองที่พัก Momoiwaso Youth Hostel

โรงแรมนี้จะเปิดบริการตั้งแต่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน ของทุกปีเท่านั้น เพราะช่วงเวลาอื่นจะมีอากาศหนาวเย็นมาก   ช่องทางการติดต่อมีเพียงการจองทางโทรศัพท์และการส่งแฟกซ์เท่านั้น ไม่มีเว็ปไซต์

ตอนแรกที่ผมเห็นโรงแรมแห่งนี้ก็รู้สึกท้าทายตัวเองมากทั้งๆ ที่ตัวเองในขณะนั้นก็ยังพูดภาษาญี่ปุ่นไม่ได้ แต่ด้วยความอยากสัมผัสสิ่งแปลกใหม่ อยากพบปะผู้คนที่ไม่เคยรู้จักเลยตัดสินใจจองด้วยการส่งแฟกซ์จากเมืองไทยไปว่า ต้องการจองที่พักกี่คืน จะมาถึงท่าเรือ Kafuka เมื่อไหร่แล้วทางโรงแรมจะส่งแฟกซ์กลับมา ค่าที่พักคืนละ 3,600 เยน ไม่รวมค่าอาหารนะครับ เราสามารถให้เขาจัดอาหารให้ได้หรือเราสามารถซื้ออาหารจากวัคคะไนหรือซื้อที่ท่าเรือ Kafuka หรือจะเดินจากโรงแรมมาที่ท่าเรือ Kafuka ก็ได้ครับ (เดินเมื่อยหน่อยครับ แต่เดี๋ยวก็ถึง) มาใส่ตู้เย็นที่นี่ก็ได้ครับ

เบอร์โทรศัพท์และโทรสาร : โทรศัพท์ 0613-86-1421     แฟกซ์ 0163-86-1420

กิจกรรมการเดินป่าคอร์ส 8 ชั่วโมง

การเดินป่าบนเกาะแห่งนี้เป็นที่นิยมของชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติที่รักการเดินป่าและธรรมชาติ คือต้องชอบจริงๆ ถึงจะมาครับ เพราะเดินทางไกล แต่ถ้าใครได้มาเดินจะหลงเสน่ห์เกาะแห่งนี้มากเหมือนกับผม

จริงๆ แล้วเส้นทางการเดินป่าบนเกาะแห่งนี้มีหลายเส้นทางแต่ถ้าจะให้ซึมซาบธรรมชาติอย่างเต็มที่ก็ต้องเดินเส้นทางคอร์ส 8 ชั่วโมง ระยะทางประมาณ 17 กิโลเมตรมีทั้งทางราบ เดินทางชันและปีนเขาที่ไม่ลำบากมากจนเกินไป จะมีแขกที่มาพักที่ Momoiwaso มาเดินด้วยกันครับ ไม่ต้องห่วง  การเดินเริ่มต้นประมาณ 7.30 น. จากทางทิศเหนือสุดของเกาะคือแหลมสุโคทอน (Sukoton) เดินลงมาทางทิศใต้ของเกาะ   วันที่ผมไปเดิน ใช้เวลาเกิน 8 ชั่วโมงครับ มีชาวญี่ปุ่นใจดีเดินเป็นเพื่อนและคอยรอคนไทย 1 คน ที่ไม่เคยเดินป่ามาก่อน ผมใช้เวลาราว 10 ชั่วโมงครับ

การเดินป่าคอร์ส 8ชั่วโมงแบ่งเป็น 2 ช่วง

1.แหลมสุโคทอนถึงแหลมสุไก 

Staff ของ Momoiwaso จะมาส่งที่ท่ารถประจำทางและนั่งรถไปยังแหลมสุโคทอนนี้ได้ที่แหลมแห่งนี้มีร้านขายของที่ระลึก ห้องน้ำ อาหารท้องถิ่น ขนม ไอศกรีมรสสาหร่ายคอมบุซึ่งเกาะแห่งนี้มีชื่อเรื่องสาหร่ายนี้มาก สามารถรับประทานก่อนการเดินป่า เพราะจากจุดนี้ไปอีกราว 2-3 ชั่วโมงจะเป็นภูเขาและป่า   รอบๆแหลมสุโคทอนก็จะมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามครับ

แหลมสุโคทอน (Sukoton)

 

ทางเดินช่วงเริ่มต้น

 

แหลมโกโระตะ

 

เนินเขา ก็จะมีทางเดิน ราวจับไม้แบบในภาพครับ
บันไดลงเขา

 

2.แหลมสุไกถึงท่าเรือคาฟูคะ

ที่แหลมสุไก จะมีวิวสวยๆ ของเวิ้งน้ำสีฟ้าครามสวยงามมาก ถ้าใครไม่ได้เดินป่าก็สามารถมาเที่ยวได้โดยนั่งรถโดยสารจากท่าเรือคาฟูคะหรือนั่งแท็กซี่มาได้   บริเวณแหลมสุไกนี้จะมีร้านอาหารทะเลเล็กๆซื้อรับประทานได้

แหลมสุไก

 

จากแหลมสุไก เดินทางเข้าป่ากันต่อซึ่งจะเป็นช่วงที่เดินทางยาวกว่าช่วงแรกประมาณ 3-4 เท่าและมีทางชันมากกว่าช่วงแรกแต่เป็นช่วงการเดินป่าที่สวยที่สุดบนเกาะแห่งนี้

จะมองเห็นวิวทะเล จากหน้าผา

 

มองเห็นวิวยอดเขาระหว่างทางเดิน

 

ดอกไม้ริมทาง

จุดรับประทานอาหารระหว่างทางวิวก็จะประมาณในรูปครับ

 

อาหารกล่องที่ทาง Staff เตรียมไว้ให้ ก็จะเขียนชื่อหน้ากล่องอาหารพร้อมคำให้กำลังใจด้วยครับ

 

ระหว่างทางที่เดินทางผ่านฟาร์มหอยเม่น ก็แวะรับประทานหอยเม่นได้ในราคา 500 เยน

 

เส้นทางสวย ๆ จะเป็นทุ่งดอกไม้ระหว่างทาง

 

วิวระหว่างทางเดินกลับโรงแรม

Staff ของ Momoiwaso จะปีนหลังคาโบกธง รอคอยต้อนรับผู้ที่เดินคอร์ส 8ชั่วโมงสำเร็จ

 

ผมพักที่นี่ 2 คืนครับ ทั้ง 2 คืนได้ร่วมกิจกรรมกับชาวญี่ปุ่นและได้เพื่อนใหม่กลับไป  ผมไปเกาะรีบุนและพักที่นี่ทั้ง 2 ครั้ง ตอนขากลับ staff จะไปส่งที่ท่าเรือคาฟุคะและจะมีการร้องเพลง เต้นส่งแขกทุกคน ตั้งแต่เรือยังไม่ออกจนกระทั่งเรือออกจากท่าแล่นไปไกลแล้วก็ยังเห็นพวก staff ส่งเสียงโห่ร้องส่งแขกกันอยู่เลยครับ ประทับใจน้ำตาซึมเลย

Staff ส่วนหนึ่งของโรงแรมยืนส่งแขกที่หน้าโรงแรมโดยการร้องเพลงและโบกมือลาจนกว่ารถของแขกที่มาพักวิ่งไปจนลับสายตา

 

Staff ส่วนหนึ่งของโรงแรมเต้นร้องเพลงส่งที่ท่าเรือจนกว่าเรือจะวิ่งไปไกลสุดตา

 

จุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจอื่นๆ บนเกาะรีบุน

สำหรับคนที่ไม่ชอบการเดินป่า  สามารถนั่งรถเที่ยวตามจุดต่างๆ ได้ครับ โดยมาพักบนเกาะแห่งนี้อย่างน้อย 1 คืน เกาะนี้เงียบๆ นะครับ แต่สำหรับคนที่ชอบความสงบ ได้เห็นวิถีชีวิตชาวญี่ปุ่นแบบเรียบง่าย ก็น่าจะชอบครับ หรือถ้าไม่อยากค้างที่นี่ สามารถจัดทริปไปนอนที่เกาะริชิริซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่และเจริญกว่ามากแล้วนั่งเรือมาเที่ยวเกาะนี้ช่วงเช้าและกลับไปเกาะริชิริช่วงเย็นได้ครับ

  • Momoiwa tenbodai เป็นสถานที่ ที่สามารถมองเห็นภูเขาริชิริฟูจิ ยามเช้าได้อย่างงดงาม
  • หินแมว Negoiwa ถ้ามาพักที่ Momoiwaso ก็จะเห็นหินแมวได้ชัดเจนครับ
  • Jizo rock หินรูปแท่ง   นักท่องเที่ยวนิยมมาชมพระอาทิตย์ตกดินที่บริเวณนี้
  • Kita no kanaria park ที่ส่วนนี้ผมยังไม่เคยไป แต่ถ้าครั้งหน้าไปเกาะแห่งนี้ ก็จะไม่พลาด เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Kita no kanaria-tachi ซึ่งเป็นสร้างเป็นฉากโรงเรียนเล็กๆและสามารถมองเห็นภูเขาริชิริฟูจิบนเกาะริชิริอย่างชัดเจน   สำหรับภูเขาริชิริฟูจิคือภูเขาที่อยู่บนภาพซองขนมยี่ห้อ Shiroi koibito ขนมชื่อดังของฮอกไกโดครับ

 

อาหารขึ้นชื่อของเกาะรีบุน

  • หอยเม่น ที่นี่เป็นสถานที่เลี้ยงหอยเม่น   ถ้าซื้อรับประทานที่ท่าเรือจะมีราคาแพง   ต้องลองเดินไปรับประทานในร้านในตัวเกาะจะมีราคาถูกกว่า   แต่ถ้าจะให้ถูกยิ่งขึ้น   ต้องซื้อที่ฟาร์มซึ่งเราจะเดินผ่านฟาร์มเลี้ยงหอยเม่นได้ตอนเดินป่าคอร์ส 8 ชั่วโมงครับ
  • ปลาฮอกเกะย่าง (Chan chan Hokke)
  • สาหร่ายคอมบุ
ปลาฮอกเกะย่าง (Chan chan Hokke)

 

ข้าวหน้าหอยเม่น

 

สิ่งอำนวยความสะดวกบนเกาะ

โรงแรม

  • Minshuku Sukoton misaki hotel民宿スコトン岬 โรงแรมนี้อยู่ที่แหลมสุโคทอน ผมเคยเดินผ่าน ดูเงียบสงบมาก วิวดีครับ
  • Hana Rebun hotel โรงแรมเต็มรูปแบบครับ ใกล้ท่าเรือ
  • สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมในเว็ปไซต์เกี่ยวกับการจองโรงแรมต่างๆ ได้ครับ

บนเกาะมีร้านค้าในท้องถิ่น ร้านอาหารที่ท่าเรือและรอบๆ โรงแรมในตัวเมือง หรือถ้าไม่รู้อะไรก็ถามศูนย์บริการนักท่องเที่ยวที่ท่าเรือคาฟุคะได้ครับ   ถ้าเดินทางจากเมืองวัคคะไนแบบมาเช้า เย็นกลับ แนะนำให้นั่งเรือเที่ยวแรกครับจะได้มีเวลาพอนั่งรถรอบๆ เกาะ   บนเกาะมีบริการให้เช่ารถของเครือ Toyota rental car และ Nippon rental car   แนะนำให้จองผ่านเว็ปไซต์ก่อนครับ   ถ้าไปติดต่อทันทีอาจจะไม่มีรถเหลือให้จองครับ   สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเกาะแห่งนี้ได้ ที่นี่ ครับ

 

หวังว่ารีวิวนี้คงทำให้เพื่อน ๆ ที่ชอบเปิดประสบการณ์เที่ยวแบบเจาะลึก Unseen Japan คงจะฟิน และก็คงจะเป็นประโยชน์กับเพื่อน ๆ ไม่มากก็น้อยนะครับ … แล้วพบกันใหม่ กับรีวิวหน้าครับผม

เรื่องโดย ลุงจี๊ด

 

ติดตามพวกเราได้ที่

Facebook  Youtube  Instagram

 

Share this to
Share on Facebook
Facebook
0Tweet about this on Twitter
Twitter

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.