มาครับ วันนี้อปลุงจะมารวบตรึง 18 ข้อต้องรู้หากจะขับรถที่ญี่ปุ่น หากเพื่อนๆมีแพลนจะมาขับรถท่องเที่ยวในญี่ปุ่น อะไรที่บ้านเมืองที่ไทยไม่มี มารยาทอะไรที่ต้องทำ และไม่ควรทำ อะไรที่ผิดกฎหมายที่นี่ เพราะถ้าคุณโดนจับแล้วละก็ หุหุ ปรับกันบานเลยครับ งั้นมาเริ่มกันเลยดีกว่าครับ

 

◼1. ใบขับขี่สากลใช้ได้

หากเพื่อนเป็นนักท่องเที่ยวสามารถใช้ได้ครับ แต่กรณีที่อาศัยอยู่ญี่ปุ่นเกิน 1 ปีแล้ว จะใช้ไม่ได้นะครับต้องเอาใบขับขี่จากประเทศไทย ไปทำใบขับขี่ญี่ปุ่นเท่านั้น มีการสอบข้อเขียนและปฎิบัตด้วยนะครับ

 

◼2. เปิดไฟกระพริบหรือบีบแตรสั้นๆเพื่อขอบคุณ

การเปิดไฟกระพริบ 1-2 ทีเพื่อแสดงความขอบคุณ ให้กับรถอีกคันที่ให้ทางเราที่ให้เราเข้าเลนเค้า หรือการบีบแตรสั้นในกรณีสวนทางกันที่มีเลนเดียวแล้วเค้าให้เราไปก่อน อันนี้อปลุงว่าหลายๆ คนอาจจะรู้แล้ว แต่สำหรับมือใหม่ มันเป็นมารยาทที่ทำกันโดยปกติที่ญี่ปุ่น หากไม่ทำอาจจะดูแปลกๆ ได้ครับ ไม่ได้ผิดอะไร แต่เพื่อเป็นการขอบคุณคนที่ให้ทางเรานั่นเอง น้ำใจส่งต่อกันไปเรื่อยๆ สังคมก็จะยิ้มไปด้วยกันจริงไหมครับ

ตัวอย่างคลิปวีดีโอนะครับ

 

◼3. ทางด่วนราคาค่อนข้างแพง ควรใช้บัตร ETC

ทางด่วนเป็นอีกทางเลือกหนึ่งซึ่งครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่ของประเทศ ทางด่วนส่วนใหญ่จะเรียกเก็บค่าผ่านทางเช่นขับรถจากโตเกียวไปยังโอซาก้าโดยเฉพาะทางด่วนหมายเลข 5 จะราคาประมาณ 10,000 เยนหรือ 3000 บาทไทย ญี่ปุ่นใช้ระบบบัตร ETC เพื่อจ่ายแบบอัตโนมัต หากเพื่อนๆเช่ารถก็ควรจะถามหาบัตรนี้จากผู้ให้เช่านะครับ เพราะที่ญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะไม่ค่อยจ่ายเงินสด ช่องเงินสดจะน้อย และถ้าใช้ ETC card จะได้ลดราคาค่อนข้างเยอะ ถ้าวิ่งไกลๆนี่ประหยัดค่าทางด่วนไปได้เยอะเลยครับ หากเป็นนักท่องเที่ยวที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นก็สามารถซื้อบัตร Pass ต่างๆได้ จะยิ่งถูกกันไปใหญ่ เช่น Tohoku express way pass, Central pass, Hokkaido pass เป็นต้น

 

◼4. เลี้ยวซ้ายไม่ได้ผ่านตลอดเหมือนบ้านเรา

ข้อที่ควรระวังในญี่ปุ่นหากจะเลี้ยวซ้ายได้ต้องรอไฟเขียวของทางตรงเท่านั้นครับ หากไปโดยมีไฟแดงอยู่ โดนจับแน่นอน เวลาที่ไฟเขียวทางตรง และเราต้องการเลี้ยวซ้ายก็ต้องไม่ลืมว่าไฟเขียวของคนข้ามถนนทางตรงก็จะเปิดพร้อมกัน ดังนั้นต้องหันซ้ายไปเยอะๆดูว่ามีคนเดินข้ามมาไหม หรือมีรถจักรยานที่กำลังปั่นด้วยความเร็วมาเพื่อให้ทันไฟเขียวไหม ที่ญี่ปุ่นจะเกิดเหตุชนกันบ่อยๆก็เพราะลืมหันซ้ายไปดูนี่ล่ะครับให้ทางคนมาก่อนเสมอ

◼5. เส้นเหลืองมรณะ

เส้นทึบที่เป็นสีเหลือง ตำรวจญี่ปุ่นจะเคร่งครัดมากโดยเฉพาะเวลาเข้าแยก ตามเมืองใหญ่ๆ แบบโตเกียวจะมีตำรวจแอบซุ่มจับตามอง เรามองไม่เห็นแน่ๆ แต่ตำรวจ จะเปิดหวอทันที หากเราย้ายเลน หรือวิ่งข้ามเส้นเหลืองไป อันนี้โดนกันบ่อยครับ ระวังให้ดีๆ นะครับ ตามต่างจังหวัดอาจไม่มีตำรวจมาซุ่มมากนักเหมือนอย่างเขตตัวเมืองของโตเกียวหรือโอซาก้าสักเท่าไหร่แต่ก็ต้องไม่ประมาทครับ ทำตามกฎไว้ก่อน

ดูคลิปตัวอย่างของตำรวจที่จับนะครับ

 

◼6. ป้ายหยุดที่ต้องหยุดจริงๆ 止まれ Tomare

เห็นป้ายสามเหลี่ยมสีแดงนี้ที่ไหน ต้องหยุดรถจริง ๆ ครับ ในอนาคตอันใกล้นี้เห็นว่าจะเปลี่ยนป้ายให้มีภาษาอังกฤษคำว่า “STOP” ในป้ายด้วย เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่จะมาเยือนช่วงโอลิมปิกที่โตเกียว 2020 หากเราเจอป้ายนี้ต้องหยุดจริงๆนะครับ เพื่อดูซ้ายขวาก่อนว่ามีรถมาไหม ญี่ปุ่นเค้าออกแบบมาดีแล้ว ว่าตรงไหนต้องหยุดรอ ทางใครทางเอก ทางใครทางรองต้องหยุดรอ หากฝ่าฝืนเราอาจโดนทั้งปรับ และถ้าโชคไม่ดีเกิดอุบัติเหตุถ้าเราเป็นฝ่ายผิดก็อาจจะถูกจับด้วยครับ

 

◼7. เติมน้ำมันด้วยตัวเองให้ได้ และ ควรเติมน้ำมันก่อนขึ้นทางด่วน

ปั้มน้ำมันส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นจะเติมด้วยตัวเองนะครับ นานๆ ถึงจะเจอเด็กปั๊ม ซึ่งถ้าเติมเองได้อปลุงก็ไม่แนะนำในเติมกับเด็กปั๊ม เพราะจะมีราคาแพงกว่าแบบเติมเอง เติมเองไม่ยากเลยครับ วิธีการ ก็สามารถดูได้จากคลิปวีดีโอนี้เลยครับ

 

ส่วนน้ำมันที่จะเติมก็ต้องดูด้วยครับ น้ำมันมีแบบ Regular สีแดง, High Octane สีเหลือง, Diesel สีเขียว ตามสีเลยครับ สีจะเหมือนกันหมดทั้งประเทศ ดังนั้น ตอนเช่ารถก็ถามให้แน่ใจว่ารถที่เราเช่ามา หรือ ขับมานั้น เติมน้ำมันอะไรครับ ราคาน้ำมันของแต่ละปั๊มไม่เท่ากัน แม้ว่าจะเป็นแบรนด์เดียวกันก็ตาม โดยเฉพาะปั๊มน้ำมันบนทางด่วนถ้าไม่จำเป็นอย่าเติมครับ เพราะราคาแพงกว่าปกติมากๆ

 

◼8. สติกเกอร์ท้ายรถ มีความหมาย

ถ้าสังเกตุดีๆ จะมีหลายแบบ แต่ละแบบมีความหมายตามนี้ครับ รู้แล้วบางทีเราอย่าไปโมโหคนแก่ หรือ พวกมือใหม่หัดขับนะครับ
บ้านเค้าไม่มีแบบ “ผัวเผลอแล้วเจอกัน” อะไรแบบบ้านเรานะฮะ

🔹 8.1 มือใหม่หัดขับ เรียกว่า Shoshinsha mark
เป็นรูปตัว V มีสองสีคือ สีเหลืองและ สีเขียว เริ่มใช้ตั้งแต่ปี1972 ผู้ที่เพิ่งจะได้รับใบขับขี่ หรือ ขับรถได้ไม่เกิน1ปี ต้องมีสติ๊กเกอร์ที่จะต้องติดไว้บริเวณด้านหน้า หรือ ด้านหลังรถ เพื่อให้รถคันอื่นๆ ระวังเมื่อขับใกล้ๆ

🔹 8.2 ผู้สูงอายุ เรียกว่า Kōreisha mark
สัญลักษณ์รูปใบไม้ สำหรับผู้สูงอายุ 70 -75 ปี เดิมมีรูปเหมือนใบไม้สีแดงและส้ม คั่นกลางด้วยสีขาว เริ่มใช้ตั้งแต่ปี1997 – ม.ค.2011 แต่ความหมายของสัญลักษณ์ไม่ค่อยดีเหมือนใบไม้ร่วง ดังนั้นจึงได้มีการเปลี่ยนให้ใช้สัญลักษณ์ใหม่เป็นใบไม้มี 4 สี ตั้งแต่ ก.พ. 2011 โดยกฎหมายญี่ปุ่นก็กำหนดให้มี สติ๊กเกอร์สำหรับผู้สูงอายุ ติดไว้บริเวณหน้า หรือ ด้านหลังรถ เพื่อให้รถคันอื่นๆ ระวังด้วยเช่นกัน เพราะอุบัติเหตุของเหล่าบรรดาสว. ในญี่ปุ่นมีเยอะมากครับ

🔹 8.3 ผู้บกพร่องทางการได้ยิน
สัญลักษณ์เป็นรูปผีเสื้อ แต่จริงๆ แล้วเค้าบอกว่าเป็นรูปใบหูครับ

🔹 8.4 ผู้พิการ
สัญลักษณ์เป็นรูปดอกไม้สีขาวพื้นน้ำเงิน

โดยจุดประสงค์หลักๆของสติกเกอร์ทั้งหมดก็เพื่อให้ผู้ร่วมทางได้ให้ความระมัดระวังเพิ่มเติมขึ้นอีกหน่อย ไม่ขับจี้หรือเว้นทางให้ห่างหน่อย หรือเข้าใจหากขับช้า ครับ

 

◼9. ที่จอดรถหลากหลายรูปแบบ

ที่ญี่ปุ่นมีที่จอดรถหลายแบบให้บริการ ทั้งแบบหยอดเหรียญ ส่วนใหญ่จะอยู่กลางแจ้ง ดูได้จากสัญลักษณ์ตัว P เป็นหลักครับ ส่วนที่จอดรถด้วยลิฟท์ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในตึกในเขตเมืองโตเกียวซึ่งทำได้ง่ายมาก ๆ การจอดรถทั้งสองแบบนี้จะคิดค่าจอดตามระยะเวลาที่เราไปใช้บริการ แน่นอนครับยิ่งในเมืองค่าจอดรถคิดกันเป็นนาทีเลยทีเดียว ส่วนใครที่ขับรถไปจอดตามโรงแรมที่พักก็อย่าลืมเช็คเรื่องที่จอดรถด้วยนะครับเพราะบางโรงแรมจอดฟรี แต่บางโรงแรมก็ไม่ฟรีครับ จอดรถด้วยลิฟท์ไม่ยาก ดูวิธีการจากในคลิปนี้ได้เลยครับ

 

 

10. กระพริบไฟสูงใส่รถฝั่งตรงข้ามเพื่อให้ทางรถอีกฝั่ง

เมื่อสวนกันในทางแคบ หรือให้แทรกเข้ามาในเลนได้ อันนี้จะตรงข้ามกับบ้านเรานะครับ ที่กระพริบไฟสูงเพื่อจะบอกว่า ขอข้าไปก่อน แต่ที่ญี่ปุ่นคือการบอกว่า ให้คุณไปก่อนนะ ผมรอได้ มาขับใหม่ๆแล้วเจอคนญี่ปุ่นกระพริบไฟสูงใส่อย่าไปโกรธเค้านะครับ เพราะจริงๆเค้าให้ทางเราอยู่ เราควรจะบีบแตรสั้นๆ เป็นการขอบคุณนั่นเอง

 

 

11. ห้ามขับเข้าซอยตามช่วงเวลาที่เขียนไว้บนถนน

เพราะช่วงเช้าๆจะมีเด็กๆ คนทำงานเดิน หรือปั่นจักรยานกันเยอะ ญี่ปุ่นเลยกำหนดว่าในช่วงเวลา 7:30-8:30 ตอนเช้าของทุกวันธรรมดาจะไม่ให้รถวิ่งเข้าไปซอยหรือแยกเหล่านั้นเพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น

12. เจอทางรถไฟต้องหยุดทุกครั้งแม้ไม้กั้นยกแล้ว

และหันมองซ้ายขวา หรือ แม้กระทั้งลดกระจกลงฟังเสียงรถไฟทุกครั้งอย่างเคร่งครัด แม้ไม้กั้นจะยกขึ้นแล้ว หรือมีไฟเขียวแล้วก็ตาม…เพราะมันคือกฎครับ

13. โหลดแอพ Obis เอาไว้เตือนตำแหน่งจุดตรวจจับความเร็ว

คนญี่ปุ่นเกือบทุกคนจะมีไว้กันลืมหรือเผลอขับเร็ว และไม่ได้อ่านตามป้าย หากโดนถ่ายรูปกลับมาโดนจ่ายค่าปรับบานแน่นอนครับ กฎหมายที่ญี่ปุ่นแรงมาก โดยตัวแอพจะเตือนเรามาทางเสียงก่อนถึงเซนเซอร์เป็นระยะ เช่น 1 กิโลเมตรก่อนหน้า 500 เมตรก่อนหน้า เป็นต้น ตัวนี้อาจจะต้องโหลดผ่าน Location จากญี่ปุ่นเท่านั้น อาจจะยากหากเราจะตั้งค่าเพราะเป็นภาษาญี่ปุ่น อาจต้องให้คนที่พอได้ญี่ปุ่นช่วยครับ หรือหากมีคำถามก็ทิ้งไว้ในคอมเมนต์โพสท์นี้ได้เลยครับ เดี๋ยวอปลุงจะมาช่วย แต่การใช้นั้นไม่ยากเพราะมันจะอิงกับ GPS และบอกว่าเราอยู่ตรงไหนบนเส้นทางแค่นั้นคล้ายๆ Google map

เพื่อนๆสามารถชมการใช้งานจริงจากวีดีโอจากลิงค์นี้ได้เลยครับ

ลิงค์สำหรับโหลด:
iOS  , Android

 

14. Navigator โคตรสำคัญ

เพราะทางด่วนที่ญี่ปุ่นขับกันไว โดยเฉพาะในโตเกียวหรือโอซาก้า เส้นทาง ซับซ้อนมากๆ เลี้ยวผิดหรือเข้าเลนผิดนี่ วนกันยาวเลยครับ เราต้องรู้เส้นทางที่จะไปล่วงหน้าก่อน จะได้เปลี่ยนเข้าเลนถูก ไม่งั้นเกิดอุบัติเหตุแน่นอน ถ้าขับแบบบ้านเราที่ไทย ที่ญี่ปุ่นเค้าเคร่งเรื่องกฎมากๆ หากไปมั่วๆ เค้าจะไม่คิดว่ามีคนขับผิดกฎ ก็อาจชนกันได้ง่าย เพราะจะขับกันเร็วมากๆ ดังนั้น หากมือใหม่ ในเส้นทางไม่คุ้นแล้วแนะนำควรเลือก หรือขอรถที่มี่ Navigator GPS ติดรถแบบภาษาอังกฤษมาเลยครับ ถ้าภาษาญี่ปุ่นก็อ่านไม่ออกอีก
อ้อ อย่าลืม การใส่หาตำแหน่ง ส่วนใหญ่ที่ญี่ปุ่นจะใช้การใส่เบอร์โทรฯ ของสถานที่นั้นๆ จะง่ายและสะดวกกว่าครับ แนะให้เข้า Google map หาร้านหรือสถานที่นั้นๆ แล้วเอาเบอร์โทรมาจาก Google map ดูวิธีการใช้ได้จากคลิปนี้เลยครับ

15. PA SA สวรรค์บนทางด่วน

หากรู้สึกง่วง เหนื่อยเพลีย เพื่อน ๆ สามารถจอดแวะพักได้ตามจุดแวะพักบนทางด่วนที่มีชื่อว่า PA (Parking Area), SA (Service Area) ซึ่งจะมีเครื่องดื่ม อาหาร ร้านกาแฟ ห้องน้ำ ไว้บริการ บางแห่งก็มีที่ให้นอนพัก ร้านนวดเพื่อผ่อนคลาย เผลอ ๆ บางทีจุดแวะพักใหญ่ ๆ ก็มีร้านค้าและของให้ช้อปปิ้งอีกด้วยครับ สินค้าส่วนใหญ่ก็จะเป็น OTOP ของพื้นที่นั้น ๆ แต่กรณีที่ไม่ได้อยู่บนทางด่วนจุดแวะพักเหนื่อย แวะงีบที่ดีที่สุดคือหน้าร้านสะดวกซื้อ ส่วนใหญ่จะให้มาจอดแวะพักงีบได้ ดับเครื่องเปิดกระจกด้วยนะครับ

16.ห้ามจอดรถทับทางม้าลาย อย่าขับรถจี้ตูดรถคันหน้า

ต้องเว้นระยะห่างไว้ด้วย ต้องมีระยะจอดรถที่ไม่รบกวนคนอื่น เมื่อขับรถอยู่บนถนน แล้วด้านหน้าคือทางม้าลาย หรือ ซอยเล็กๆ แต่รถด้านหน้าของเรายังคงเคลื่อนที่ไปอย่างช้า ๆ หรืออาจจะติดไฟแดงอยู่ แล้วถ้าด้านหน้ารถของเราเหลือที่ไม่มากพอสำหรับรถของเรา เราก็ไม่ควรเลื่อนรถไปนะครับ เพราะจะทำให้ขวางทางจราจรสำหรับข้ามทางม้าลายและ รถที่จะออกจากซอยเล็กๆ ดังนั้น ควรดูให้แน่ใจเสียก่อนว่ามีพื้นที่พอขนาดรถของเราไหมแล้วค่อยเลื่อนรถไป ถ้าไม่ทันไฟเขียวแล้วต้องรออีกรอบก็ต้องรอครับ และห้ามจอดขวางทางทางออกสำคัญๆเช่น สถานีดับเพลิง หรือ ที่มีการตีตารางเอาไว้ครับอย่างในรูป

17.ห้ามใช้โทรศัพท์แม้แต้รถติดไฟแดง!

การใช้โทรศัพท์เมื่อขับขี่รถ ถือว่าผิดกฎหมายนะครับ ไม่เว้นแต่การติดไฟแดงก็ห้ามใช้เช่นกัน ที่ญี่ปุ่นเข้มกับกฎมาก ๆ ทั้งหมดทั้งมวลก็เพื่อความปลอดภัยทั้งตัวผู้ขับรถ และคนอื่นที่ใช้ถนนนี่ล่ะครับ

18. เมาไม่ขับเด็ดขาด

เพราะไม่ใช่เพียงแต่คนขับที่ดื่มแอลกอฮอล์แล้วจะถูกดำเนินคดีทางกฎหมายเท่านั้นนะครับ เพื่อนที่ร่วมวง และผู้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้ก็โดนรวบหมดทั้งกลุ่มครับ เพราะถือว่ารู้เห็นเป็นใจ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเพื่อนขับรถมาทำไมไม่ห้าม ส่วนร้านสะดวกซื้อ ร้านซุปเปอร์ที่จำหน่ายสุรา หรือ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็จะมีปุ่มให้ผู้ซื้อกดเพื่อยอมรับข้อตกลงที่ว่าไม่ได้ขับรถขณะดื่ม เป็นการป้องกันตัวเองของร้านที่จำหน่ายครับ ดังนั้นจะเห็นว่าที่ญี่ปุ่นจะมีเครื่องดื่มประเภท Non-alcohol รสเบียร์มาเพื่อการณ์นี้ครับ

หรือจะดูวีดีโอทั้งหมดก็ได้จากคลิปนี้นะครับ

ติดตามพวกเราได้ที่

Facebook Youtube Instagram

Share this to
Share on Facebook
Facebook
0Tweet about this on Twitter
Twitter

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.