ตะลุยเที่ยวญี่ปุ่น สุดฟิน ด้วย JR Pass 4คืน5วัน EP 3 (Takayama Hokuriku Tourist Pass)

สวัสดีค่ะ วันนี้สาวแซ่บจะพาเพื่อน ๆ ไปเที่ยวโดยการเดินทางโดยใช้พาสรถไฟสุดคุ้ม Takayama – Hokuriku Area Tourist Pass  พาสเดียวเที่ยวสบายตลอดทั้งทริป สำหรับการเดินทาง 5 วัน ที่สามารถเดินทางครอบคลุมพื้นที่ นาโกย่า, เมืองมรดกโลกชิราคาวาโกะ, โกกายาม่า รวมไปถึงพื้นที่เมืองแห่งทองอย่าง คานาซาว่า, โทยามะ, ฟุคุอิ และไปจนถึงโอซาก้าก็ได้ด้วย

จุดแลก JR Pass ค่ะ

ตะลุยเที่ยวญี่ปุ่นครั้งต่อไปของเพื่อน ๆ จะสนุกขนาดไหน ตามรอยเที่ยวจากเราได้เลยค่ะ บทความนี้จะพาเพื่อน ๆ ไปเที่ยวที่ไหนบ้างไปอ่านต่อกันได้เลยค่ะ

เพื่อน ๆ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับพาสได้ที่เว็บไซต์นี้ค่ะ : https://touristpass.jp/when_using/en/index.html

Day 4 ISHIKAWA FUKUI

เช้านี้เริ่มออกเดินทางจากสถานี Kanazawa มุ่งหน้าสู่สถานี Komatsu station เพื่อที่จะไปชมใบไม้เปลี่ยนสีกันที่วัด Natadera ที่สวยยืนหนึ่งในจังหวัด Ishikawa ก่อนที่จะมุ่งหน้าไปยังจังหวัด Fukui กันค่ะ

สำหรับคนขี้เกียจอ่านชมคลิปรีวิวกันได้ที่นี่ค่ะ 

 

วัด Natadera พิกัดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยติดอันดับในญี่ปุ่นและยังได้รับรางวัลมิชิลินกรีนไกด์ 1 ดาวอีกด้วย

ที่นี่ก็คือวัดนาทะเดระ (那谷寺 / Natadera Temple) ในโคมัตสึ จังหวัดอิชิกาวะ เป็นวัดเก่าแก่อายุ 1,300 ปี สร้างในปี 717 มีไฮไลท์อยู่ ที่เจ้าแม่กวนอิมพันกรในถ้ำ ผาหินรูปทรงแปลกๆที่มีชื่อว่า คิกันยูเซ็นเคียว (奇岩遊仙境 / Kigan Yusenkyo) หรือหลาย ๆ คนอาจจะเรียกว่าผาหินพิศดารยูเซ็นเคียวค่ะ

แค่หน้าทางเข้าก็ว้าวแล้ว
ฝากกระเป๋าเดินทางได้ที่ร้านค้าอยู่ฝั่งตรงข้ามกับประตูนี้
พวกเรานำกระเป๋าเดินทางไปฝากไว้ที่ร้านขายของฝากอยู่ตรงข้ามกับวัด
ไอน้ำที่ลอยขึ้นเหนือบนหลังคา ตรงจุดจำหน่ายตั๋วเข้าวัด เจอกับแสงกระทบ สวยมาก ๆ เลย
เจ้าแม่กวนอิมประดิษฐ์ฐานอยู่ด้านในนี้
ช่วงซากุระก็น่าจะสวยอยู่นะ ด้านในมีองค์เจ้าแม่กวนอิมประดิษฐ์ฐานอยู่ ไม่สามารถถ่ายรูปด้านในได้ค่ะ

เป็นผาหินที่มีรูปร่างไม่เหมือนใคร ยิ่งในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีคือสวยมาก ๆ เลยค่ะ

ภาพนิ่งอาจจะบรรยายได้ไม่ถึงใจ ไปคลิปรีวิววัดกันได้เลยค่ะ 

ผาหินรูปทรงแปลกตา
รายล้อมไปด้วยใบไม้เปลี่ยนสี สวยมาก ๆ เลย
ทดสอบตาบอดสีกันดีกว่า
โซนนี้ก็ยิ่งสวย
สามารถเดินเข้าไปยังศาลเจ้าด้านในได้นะคะ (ถ้ามีเวลา)
เป็นวัดที่เป็นไฮไลท์ในการชมใบไม้เปลี่ยนสีของจังหวัดอิชิกาว่าค่ะ
ขึ้นไปยังจุดชมวิวด้านบน
แล้วมองลงมาด้านล่าง วิ้งว้าวมาก ๆ ค่ะ

นอกจากนี้ก็ยังมีเจดีย์ไม้ 3 ชั้นที่ถูกให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่นอีกด้วย หากมาเที่ยวที่จังหวัดอิชิกาวะแล้ว อย่าลืมแวะมาเช็กอินที่นี่นะคะ

เจดีย์ไม้ 3 ชั้นมรดกทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่น

การเดินทาง : จากสถานรอรถไฟKomatsu ขึ้นรถบัส Komatsu Bus สาย “Awazu A-Rosen Natadera-yuki” ประมาณ 40 นาที ลงที่ป้าย “Natadera” หรือนั่งแท็กซี่ประมาณ 30 นาที (ราคาประมาณ 4,900 เยน)

พิกัดจาก Google maphttps://goo.gl/maps/fEF5g4nmhh9TPMH8A

 

หลังจากชมใบไม้เปลี่ยนสีเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้วเราก็เรียกแท็กซี่ไปยังสถานีรถไฟ Awazu station เพื่อนั่งรถไฟไปลงที่สถานี Fukui ต่อค่ะ พอถึงสถานี Fukui ท้องเริ่มร้องแล้วก็ต้องหาของอร่อย ๆ กันกินสักหน่อย

 

มาฟุกุอิต้องลอง Amida Soba (あみだそば 福の井) ยืนหนึ่งในย่าน Echizen

Amida Soba (あみだそば 福の井) ร้านโซบะที่อยู่ติดกับสถานีฟุกุอิ เป็นร้านโซบะท้องถิ่นที่ใช้วัตถุดิบชั้นดีภายในจังหวัดฟุกุอิ ที่ถือว่าเป็นโซบะที่ดีที่สุดในย่าน Echizen โดยใช้บักวีต 100% ในการทำเส้นโซบะ และไม่มีการผสมแป้งอื่นใดลงไปเลย สายเฮลท์ตี้ต้องมาลองค่ะ

บรรยากาศภายในร้าน
เมนู ภาษาญี่ปุ่นล้วน แต่ไม่เป็นอุปสรรคต่อการสั่งค่ะ
โซบะร้อน ๆ เส้นแบน ๆ อร่อยสุด ๆ
เซ็ตนี้มาพร้อมกุ้งค่ะ
โซบะเย็น แยกเส้นกับซุป ก็อร่อยนะ

จุดเด่นของเส้นโซบะของที่นี่ก็คือตัวเส้นจะมีความแบนและบางไม่เหมือนกับโซบะที่อื่น ดาชิหวานกลมกล่อมเพราะเสิร์ฟมาพร้อมกับหัวไช้เท้าขูด ถือว่าถ้ามาฟุกุอิแล้วไม่ได้ลองโซบะอาจจะพลาดเลยก็เป็นได้ค่ะ

เวลาทำการ : 10.30 น. – 20.00 น.

เว็บไซต์https://www.amidasoba.com/

การเดินทาง : ลงรถไฟที่สถานี Fukui ทางออกทิศตะวันตก แล้วเดินต่อ 2 นาที

พิกัดจาก Google maphttps://goo.gl/maps/Psz17RGxJMqUaBMSA

 

แวะเก็บภาพเป็นที่ระลึกกันที่หน้าสถานี Fukui ที่มาในธีมไดโนเสาร์

เนื่องจากจังหวัดฟุกุอิมีพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์อยู่ก็เลย นำไดโนเสาร์มาเป็นธีมบิ้วท์กันตั้งแต่สถานีรถไฟเลยทีเดียว ซึ่งสร้างความตื่นตาตื่นใจมาก ๆ ตั้งแต่ภายในสถานีที่มีไดโนเสาร์มาต้อนรับแล้ว ภายนอกสถานีก็ว้าวกว่า มีทั้งโซน Trick Art ให้เราได้ไปถ่ายรูปเช็กอินกัน และยังมีโซนไดโนเสาร์ขยับได้ แถมยังมีเสียงร้องของไดโนเสาร์อีก ตื่นตาตื่นใจมาก ๆ เลยค่ะ

บิ้วท์กันมาตั้งแต่ในสถานี ฟุกุอิแล้ว
ของตกแต่งภายในสถานีฟุกุอิ
นึกว่า ไดโนเสาร์ทะลุกำแพง
เก๋ดี เหมือนจริงมาก ๆ ค่ะ
ไม่อยากเหงา เรามีไดโนเสาร์มานั่งข้าง ๆ
เห็นแบบนี้ โยกได้ ส่งเสียงได้ด้วยนะ
ตัวเคลื่อนไหวได้ พร้อมเสียงร้อง
สองตัวนี้ขู่กันฟ่อ ๆ เลยค่ะ
ไข่ไดโนเสาร์จำลอง
รอยเท้าไดโนเสาร์จำลอง

 

จากสถานี Fukui  เราก็นั่งรถไฟไปลงกันที่สถานี MIkuni Station สถานีปรับปรุงใหม่สวยงามมากมายค่ะ

นั่งรถไฟสาย Echizen Railway จากสถานี Fukui
มีป้ายบอกตลอดทาง
ค่าโดยสาร 730 เยน
ทางเข้า ตกแต่งโมเดิร์นมาก ๆ
น้องไดก็ตามมานั่งเป็นเพื่อน
ถึงชานชาลาแล้ว เราจะนั่งรถไฟขบวนนี้ไปกันค่ะ
ถึงแล้วสถานี MIKUNI
สถานีปรับปรุงใหม่ ดูโมเดิร์นมาก ๆ ค่ะ
ภายในสถานี MIKUNI

เพื่อนั่งรถบัส Bus Keifuku Bus [84] Tojinbo Line bound for Awara Onsen Station เพื่อไปลงยัง Tojinbo แวะชมผาหินล้านปีกันก่อนค่ะ โดยเราสามารถฝากกระเป๋าเดินทางได้ที่บริเวณร้านค้าที่ท่ารถบัสค่ะ ค่าฝากฟรี (ใจดีสุด ๆ เลย) เพื่อน ๆ ก็อย่าลืมแวะซื้อขนมในร้านติดมือกันด้วยนะคะ เจ้าของร้านจะได้ดีใจ

รอขึ้นรถบัสที่ป้ายนี้ค่ะ
ฝากกระเป๋าเดินทางได้ฟรีที่ร้านจำหน่ายของฝาก ก่อนกลับอย่าลืมอุดหนุนสินค้าภายในร้านด้วยนะคะ
มีหอคอย Tojinbo Tower ด้วยนะคะ เผื่อใครอยากชมวิวจากมุมสูง
ทางเข้า Tojibo Tower ค่ะ
มีร้านอาหารทะเล ข้าวหน้าปลาดิบมารอพร้อมบริการ
ก่อนจะถึงตัวผาหิน
ระหว่างทางเดินไปยังผาหิน มีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านขายของฝากมารอบริการเพียบเลยค่ะ
ร้านแว่นตาก็มีด้วยนะคะ เพราะจังหวัดฟุกุอิ ขึ้นชื่อเรื่องแว่นตาค่ะ ที่นี่มีโรงงานผลิตแว่นตาตั้งอยู่เลยทำให้แว่นตาของจังหวัดฟุกุอิมีชื่อเสียงมาก ๆ
ร้านขายของฝากก็มีด้วยค่ะ
งานสานแบบไทย ๆ ก็มีจ้า

โทจินโบ หน้าผายุคดึกดำบรรพ์ อายุ 13 ล้านปี

ผาหินที่เกิดจากธรรมชาติ

โทจินโบ (東尋坊 / Tojinbo) ตั้งอยู่ในจังหวัดฟุกุอิ เป็นหน้าผาที่สูงชันกว่า 25 เมตร และวางตัวทอดเป็นระยะทางยาว 1 กิโลเมตร ถือเป็นสถานที่ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติหาชมได้ยากค่ะ ผาโทจินโบนี้ก็ยังได้รับการยกย่องให้เป็นสมบัติทางธรรมชาติที่ล้ำค่าของประเทศญี่ปุ่นอีกด้วยค่ะ

เป็นผาหินตั้งที่ยื่นออกไปยังทะเลญี่ปุ่น
วิวดี บรรยากาศดีงาม
ล่องเรือชมวิวก็เป็นไอเดียที่ดีเหมือนกันนะคะเนี่ย
ถ้าพอมีเวลาก็แวะลงเรือชมวิวได้ค่ะ
มีเรือแล่นเข้าออกตลอดเวลา

มาเที่ยวฟุคุอิทั้งทีตองมาเที่ยว หน้าผาโทจินโบ (東尋坊) เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ที่มีอายุประมาณ 13 ล้านปี ซึ่งเป็นหน้าผาที่สูงชันซึ่งเกิดจากการกัดเซาะของคลื่นลมทะเลจนกลายเป็นหน้าผาเสาทรงสี่เหลี่ยม  เรียกได้ว่าเป็นความงดงามที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติที่หาดูได้ยาก และหน้าผาโทจินโบแห่งนี้ เป็นเพียงหนึ่งในหน้าผาหินภูเขาไฟของโลก อีกด้วย ไม่แวะมาชมไม่ได้แล้ว

ขอเช็กอินเป็นที่ระลึกกันสักนิดค่ะ
ที่นั่งดูเหมือนไม่สูง แต่กว่าจะนั่งได้ ขาสั่นเอาเรื่องเหมือนกันค่ะ
พิกัดนี้ หนุ่มสาวก็แวะมาออกเดทกันนะคะ

พิกัดจาก Google map: https://goo.gl/maps/JwaaxGHLB9GxtCkN9

หลังจากเก็บภาพเป็นที่เรียบร้อย ก็นั่งรถบัสที่ป้ายเดิมเพื่อมุ่งหน้าไปยัง Awara yunomachi Station เพื่อนำกระเป๋าไปเก็บที่เรียวกัง Awara Onsen Mimatsu hotel ค่ะ คืนนี้เราจะพักค้างคืนกันที่นี่

หน้าสถานี Awara-yunomachi
สัญลักษณ์ออนเซ็น สมกับเป็นเมืองออนเซ็นที่แท้ทรู

ไม่ไกลจากโรงแรมเราสามารถเดินไปยังบริเวณ Awara Onsen Yataimura Yukemuri Yokocho ได้ซึ่งจะมีร้านอาหารสไตล์อิซากายะมาเรียงรายกันเปิดบริการให้ผู้ที่มาเที่ยวได้มาแวะชิมกัน และด้านข้างก็มีบ่อออนเซ็นแช่เท้า ที่ใครก็ได้สามารถมาใช้บริการได้ฟรี เพราะเมืองนี้ขึ้นชื่อเรื่องออนเซ็นค่ะ ระหว่างทางเดินเพื่อน ๆ อาจจะเห็นไอน้ำที่ลอยขึ้นมาระหว่างทางเดินด้วยนะคะ

ออนเซ็นแช่เท้าฟรี
มีหลายบ่อให้เราเลือกด้วยค่ะ
ด้านนอกตึกเป็นแบบนี้
โซนร้านอาหาร มีให้เลือกหลายร้าน เป็นแนวอิซากายะ
เห็นแบบนี้ ร้านอาหารฝรั่งเศสก็มีด้วยนะ

พิกัดจาก Google map: https://goo.gl/maps/MoaWyECw89QaruY18

เรียวกัง Awara onsen Mimatsu hotel

ล็อบบี้คือสุด วิวสวยมากๆ

 

มาเยือนเมืองออนเซ็นทั้งที เราต้องแวะพักเรียวกังสุดคลาสสิคที่ Awara Onsen Mimatsu (あわら温泉美松) ที่เรียวกังนี้จะมีสวนญี่ปุ่นที่สวยงดงาม ได้เห็นปลาคราฟในบ่อ และสามารถชมวิวสวนญี่ปุ่นได้จากระเบียงห้องอีกด้วย สำหรับเมนูอาหารเย็นเป็นแบบไคเซกิ มีปลาดิบ หอยเป๋าฮื้อ และปู ที่เป็นวัตถุดิบหลักท้องถิ่นที่สดมาก ๆ และอร่อยสุด ๆ ไปเลยค่ะ

โซนสวนญี่ปุ่น มีปลาคราฟว่ายในบึงด้วย
อาหารจัดเต็มมาก ไม่สดก็ไม่รู้จเรียกว่าอย่างไร ปลาดิบอร่อยมาก สดมาก ๆ ค่ะ
ปลาดิบเนื้อแน่น
สีสันจัดจ้าน รสชาติอร่อย
มาฟุกุอิต้องกินปูค่ะ
ปูเน้น ๆ ก้ามแน่นเต็มคำ พร้อมคานิมิโสะ
หอยเป๋าฮื้อ อบเนย
ชอบการจัดจาน สวยมาก ๆ สมกับเป็นไคเซกิ
รวงข้าวที่นำไปทอด อร่อยเหมือนข้าวพอง
ดรายไอซ์เพิ่มสีสันในการจัดจาน
มื้อเช้าก็จัดหนัก จัดเต็ม
แกงกะหรี่มะเขือเทศรูบี้ อร่อย หอม

 

พิกัดจาก Google map: https://goo.gl/maps/XwW4szD7xzeowCEX7

Day 5 FUKUI

การเดินทางของสาวแซ่บใกล้จะจบแล้วนะคะ วันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายของทริปแล้ว เรายังเหลือพิกัดที่ต้องไปเก็บกันอีกหลายที่เลย ถ้าเพื่อน ๆ พร้อมแล้วตามไปเก็บพิกัดกันต่อได้เลยค่ะ

สำหรับคนขี้เกียจอ่านชมคลิปรีวิวได้ที่นี่ค่ะ 

ออกจากเรียวกังเราไปขึ้นรถไฟที่สถานี Awara Yunomachi station เพื่อไปลงยังสถานี Fukui guchi station แล้วนั่งรถไฟต่อไปลงปลายทางที่สถานี Katsuyama Station ค่ะ โดยพิกัดแรกที่เราจะไปก็คือ

จะไปพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ ต้องลงที่สถานี Katsuyama
ผู้ใหญ่ยังฟินเลย สำหรับเด็ก ๆ ต้องชอบแน่นอน
cute ตั้งแต่ทางเดิน ที่สถานีรถไฟ Katsuyama มีการวาดที่พื้นเป็นรูปรอยเท้าของไดโนเสาร์ด้วย
บริเวณหน้าสถานีก็มีไดโนเสาร์มายืนต้อนรับด้วยค่ะ

Heisenji Hakusan Shrine (平泉寺白山神社)

วัด Heisenji วัดเก่าแก่อายุ 1,300 ปี ที่ผ่านสงคราม ผ่านร้อนผ่านหนาวและเป็นวัดที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานคู่จังหวัดฟุกุอิ ที่เริ่มก่อตั้งในปี 717 โดย Taicho Daishi ที่นี่เคยเป็นสถานที่พักของ “นักบวชนักรบ” (shohei, 僧兵) กว่า 8,000 คนและเป็นเมืองศาสนาพุทธที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นในสมัยก่อน

เหมือนหลุดเข้ามาในป่าสน
ทางเดินเป็นหิน ล้อมรอบไปด้วยต้นสูงตั้งตระหง่านเรียงรายสองข้างทาง
มองย้อนกลับไป เสาโทริอิ รูปทรงแปลกที่มีหลังคาสามเหลี่ยมอยู่ด้านบน
ยังมีทางเดินขึ้นต่อไปอีก
มีศาลเจ้าตั้งอยู่ภายในหลายจุด

วัดได้ถูกเผาทำลายในปี 1574 เพราะการโจมตีในช่วง Ikko Ikki ที่ปัจจุบันยังคงหลงเหลือไว้เพียงซากปรักหักพังเท่านั้น ด้วยกฎการแบ่งแยก Shinto กับพระพุทธศาสนาในช่วงเริ่มต้นของยุคเมจิ ทำให้วัด Heisenji ต้องเลิกใช้ชื่อเดิม และระบุตนเองเป็นศาลเจ้า Hakusan แทน

อาคารโบราณ ที่ด้านล่างเต็มไปด้วยมอสสีเขียว
ให้บรรยากาศแบบธรรมชาติสุด ๆ
อาคารหลักที่เราแวะมาขอพร
บริเวณทางขึ้นจะเจอกับระฆัง

บริเวณวัด Heisenji ศาลเจ้า Hakusan ยัง ได้รับการกำหนดให้เป็นอุทยานแห่งชาติ Hakusan ที่เต็มไปด้วยความงามตามธรรมชาติ ฮาจิมังกุที่รอดพ้นจากการถูกไฟไหม้ของวัดหลงเหลืออยู่ และยังมีทางเดินหินอายุกว่า 1,000 ปีที่ยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์ และในปัจจุบันนี้เอง พื้นที่ทางเดินและบริเวณรอบ ๆ จะเต็มไปด้วยมอสสีเขียวจนหลาย ๆ คนอาจจะเรียกว่าเป็น Moss temple ค่ะ

มอสสีเขียวที่ปกคลุมไปทั่วพื้น
มอสแน่น ๆ เน้น ๆ เลยค่ะ
แม้แต่บนหินก็มีมอสด้วย
ต้นสนก็สูงจริง และเยอะจริง ๆ มองแล้วตาลาย

การเดินทาง : นั่งรถไฟลงที่สถานี Katsuyama แล้วนั่งรถบัสต่อไปลงที่ป้าย Heisenji jinja mae

พิกัดจาก Google maphttps://goo.gl/maps/G5xiqodJgVFgbPXJ7

มาเยือนจังหวัดฟุกุอิทั้งที ถ้าไม่แวะไปพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ fukui prefectural dinosaur museum
ก็เหมือนจะยังมาไม่ถึงนะคะ ถือว่าเป็นพิกัดที่ห้ามพลาดเลย ก็ถูกบิ้วท์กันมาตั้งแต่หน้าสถานีรถไฟแล้วยังไงก็ต้องไปค่ะ จบจากการเที่ยววัดแล้วก็ลุยกันต่อได้เลยค่ะ

 

พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ fukui prefectural dinosaur museum

ที่นี่ เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ชั้นนำของโลก ที่ตั้งอยู่ในเมืองคัตสึยามะ จังหวัดฟุกุอิ ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะคลังฟอสซิลไดโนเสาร์ของญี่ปุ่นค่ะ

ซึ่งภายในพิพิธภัณฑ์จะเต็มไปด้วยโครงกระดูกไดโนเสาร์ ฟอสซิลของสัตว์และพืชอื่นๆ ไดโอรามาที่มีแบบจำลองการฟื้นคืนชีพของไดโนเสาร์ และอื่นๆที่ดูตื่นตาตื่นใจมาก ๆ เลยค่ะ

ไฮไลท์อยู่ตรงตัวนี้ค่ะ
จำลองโครงกระดูกไดโนเสาร์
ตัวนี้ย๊าว ยาว
ทางเดินโค้ง สามารถเดินชมได้โดยรอบ
มีอักษรเบลล์ด้วย สำหรับผู้บกพร่องทางสายตา
มีความร่วมมือกันกับพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ที่ไทยด้วยค่ะ
สถาปัตยกรรมสุดว้าว เป็นจุดถ่ายรูปสวย ๆ เพราะทำเป็นรูปไดโนเสาร์ มองกันออกไหมนะ?
ดีไซน์ดูทันสมัยมาก ๆ ค่ะ
โอ้ว เหมือนศีรษะของไดโนเสาร์จริง ๆ ด้วย

ภายในพิพิธภัณฑ์ก็ยังมี Dino Cafe สุดคิ้วท์ที่ไม่ได้มีเพียงเมนูที่น่ารักอย่างเดียวเท่านั้น แต่รสชาติจัดได้ว่าอร่อยอีกด้วยค่ะ เป็นเซ็ตอาหารที่ฟินอีกหนึ่งมื้อเลย ราคาก็สุดคุ้ม 1,050 เยน ที่มีทั้งเบอร์เกอร์ เฟรนช์ฟราย และเครื่องดื่ม ใครเวลาน้อยจะซื้อแบบ Take away กลับก็ได้ค่ะ และช่วงที่ไปมีเมนูของหวานสุดน่ารัก ไข่ไดโนเสาร์พุดดิ้ง ที่ฟรุ้งฟริ้งวิ้งว้าวมาก ๆ เลย

หน้าคาเฟ่ เป็นธีมป่า ๆ
เบอร์เกอร์ คิ้วท์มาก ๆ ค่ะ เป็นมือไดโนเสาร์
พุดดิ้งไข่ไดโนเสาร์ คิวท์จนไม่กล้ากินเลย
เครื่องดื่มจัดจานมาน่ารักมาก ๆ
เซ็ตเมนูพร้อมเครื่องดื่ม อร่อยด้วยนะคะ

โซนด้านนอก็ยังมีที่เล่นสำหรับเด็ก ๆ เป็นแบบ outdoor ที่มีไดโนเสาร์ออกมาต้อนรับอีกด้วยนะคะ งานนี้ใครเป็นสาวกไดโนเสาร์ถือว่าฟินแน่นอนค่ะ

โผล่มาแต่หัวแบบนี้ ตกใจเหมือนกันนะ หุหุ
ตัวนี้เห็นแต่ไกลเลย
จุดรอขึ้นรถบัส
ภาพวาดจุดรอขึ้นรถบัสน่ารักมาก ๆ เลย

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 730 เยน, เด็กมัธยม 420 เยน, เด็กประถม 260 เยน
(โซนด้านนอกของพิพิธภัณฑ์มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม)

เว็บไซต์https://www.dinosaur.pref.fukui.jp/museum/exhibit.html

การเดินทาง : นั่งรถไฟเอจิเซ็นจากสถานีฟุคุอิ ไปลงที่สถานีคาซึยามา แล้วนั่งรถบัสต่อไปอีกประมาณ 15 นาทีก็จถึงพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ Fukui Prefectural Dinosaur Museum

ตารางรถบัสhttps://www.city.katsuyama.fukui.jp/site/koukyou-koutsu/402.html

พิกัดจาก Google map:https://goo.gl/maps/8NCxPNWveuXHHkZs6

 

จบทริปแบบสมบูรณ์แบบแล้วนะคะ เป็นทริปที่ลุยสุด ๆ เหนื่อย และก็สนุกมาก ๆ ได้ไปยังสถานที่ที่ไม่เคยไปมาก่อน และเพิ่งรู้ว่าการซื้อ JR Pass Takayama – Hokuriku Area Tourist Pass  เป็นอะไรที่คุ้มสุด ๆ เลยค่ะ โดยเฉพาะเพื่อน ๆ ที่เป็นนักท่องเที่ยวเดินทางมาจากประเทศไทย แค่ได้นั่งรถไฟชินคังเซนก็ถือว่าคุ้มมาก ๆ แล้วค่ะ

สำหรับคนไทยในญีปุ่น พาสนี้ยังไม่สามารถใช้ได้นะคะ หวังว่าเที่ยวญี่ปุ่นครั้งต่อ ๆ ไป เพื่อนอย่าลืมพิจารณาพาสนี้ไว้ในอ้อมใจด้วยค่ะ …พาสรถไฟสุดคุ้ม Takayama – Hokuriku Area Tourist Pass  พาสเดียวเที่ยวสบายตลอดทั้งทริป สำหรับการเดินทาง 5 วัน แล้วพบกันใหม่ทริปหน้าค่ะ

 

ทริปนี้เรามีบทความด้วยกันทั้งหมด  3 EP เพื่อน ๆ สามารถย้อนไปอ่าน EP1 และอ่านตอนต่อไป EP 2 ได้ค่ะ

ติดตามพวกเราได้ที่

Facebook  Youtube  Instagram  Twitter

 

Share this to
Share on Facebook
Facebook
0Tweet about this on Twitter
Twitter

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.